นายวิชิต แย้มบุญเรือง
ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง
ประธานกรรมการ
ประวัติ
นายวิบูลย์ แสงวิทยานนท์
นายวิบูลย์ แสงวิทยานนท์
กรรมการ/ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ประวัติ
นางสาวเรวดี หวานชิด
นางสาวเรวดี หวานชิด
กรรมการ/กรรมการบริหาร
ประวัติ
นายวิเชียร ตั้งอุทัยศักดิ์
นายวิเชียร ตั้งอุทัยศักดิ์
กรรมการ
ประวัติ
นายบุรินทร์ คุณาธิปพงษ์
นายบุรินทร์ คุณาธิปพงษ์
กรรมการ
ประวัติ
นายภักดี มานะหิรัญเวท
ผศ.ดร.ภักดี มะนะเวศ
กรรมการอิสระ
ประวัติ
2
นางสาวปรานี รัตคาม
กรรมการอิสระ/ประธานกรรมการตรวจสอบ
ประวัติ
นายธีระ เพชรมาลัยกุล
นายธีระ เพชรมาลัยกุล
กรรมการอิสระ/กรรมการตรวจสอบ
ประวัติ
นายธัชพงศ์ ธรรมพุฒิพงศ์
นายธัชพงศ์ ธรรมพุฒิพงศ์
กรรมการอิสระ/กรรมการตรวจสอบ
ประวัติ
   กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้น มีบทบาทหน้าที่กำกับดูแลการบริหารจัดการงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัทฯ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ เพื่อการสร้างมูลค่าให้แก่กิจการ รวมทั้งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน ภายใต้ความเชี่ยวชาญและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงเห็นสมควรให้กำหนดกฎบัตรคณะกรรมการบริษัท ดังนี้

1. คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการอันมีจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดของกิจการของบริษัท และการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ โดยมีจำนวนคณะกรรมการที่เป็นอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และต้องมีจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่า 5 ท่าน
2. การแต่งตั้ง กรรมการบริษัท ให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท และข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องมีความโปร่งใสและชัดเจน โดยการพิจารณาจะต้องมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์การประกอบวิชาชีพของ บุคคลนั้นๆ โดยมีรายละเอียดที่เพียงพอ เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น
คณะกรรมการบริษัท

1. กรรมการบริษัท ต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ
2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามประกาศกำหนดของคณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์
3. กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระ ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องสามารถดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายได้เท่าเทียมกัน และไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

กรรมการอิสระ

1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆด้วย
2. ไม่เคยหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือบริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งเว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี ก่อนวันที่ยื่นขออนุญาตต่อสำนักงาน
3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดา มารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท หรือ บริษัทย่อย
4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในลักษณะที่อาจขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ ซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ หรือผู้บริหาร ของผู้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งเว้นแต่ได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง และไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งสังกัดอยู่ เว้นแต่ได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปี จากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ในกรณีที่ผู้ให้บริการทางวิชาชีพเป็นนิติบุคคลให้รวมถึงการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่ได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
8. ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับบริษัทหรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับบริษัทหรือบริษัทย่อย
9. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท

ทั้งนี้หากคณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีประกาศเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติกรรมการอิสระ กรรมการอิสระของบริษัทต้องมีคุณสมบัติตามที่ได้มีประกาศเปลี่ยนแปลงไปทุกประการ

อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบกรรมการบริษัท เป็นไปตามที่ได้กำหนดในข้อบังคับบริษัท โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

1. มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน ฉบับปี พ.ศ. 2535 และกฎหมายอื่นใดที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมการหรือคณะกรรมการของบริษัทมหาชนจำกัด
2. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวังและความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทที่กำหนดไว้ ตลอดจนดำเนินการตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
3. กำหนดนโยบายหลักในการดำเนินธุรกิจ นโยบายด้านการเงิน นโยบายระดมเงินทุน การบริหารเงินทุน และนโยบายในการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำไปปฏิบัติ
4. มีอำนาจกำหนดและแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อกรรมการซึ่งมีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทได้
5. กำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามหรือดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และกำหนดแนวทางแก้ไขในกรณีที่มีอุปสรรคในการบรรลุเป้าหมายนั้น
6. จัดให้มีการรายงานข้อมูลโดยทั่วไป และข้อมูลงบการเงินต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วไปอย่างถูกต้องครบถ้วน โปร่งใส และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
7. รับทราบรายงานการตรวจสอบที่สำคัญ และกำหนดแนวทางปรับปรุงแก้ไข กรณีที่พบข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญ
1. ทำหน้าที่กำหนดวาระการประชุม เป็นผู้นำและควบคุมการประชุมคณะกรรมการให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น
2. สร้างความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและเลขานุการบริษัท
3. กระตุ้นให้กรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในที่ประชุมและสามารถแสดงศักยภาพที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่
4. สร้างความชัดเจนในการวางขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและผู้บริหาร
5. วางกรอบและติดตามดูแลการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการขององค์กร
6. เป็นผู้แทนและสร้างชื่อเสียงให้องค์กร
7. เป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นในการทำหน้าที่เป็นผู้นำการประชุมสามัญประจำปี
8. มีส่วนร่วมในการสร้างขบวนการวางแผนกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในเชิงปฏิบัติ
9. มีความรับผิดชอบต่อการแสวงหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการและพัฒนาความเป็นกรรมการบริษัท
10. กำกับดูแลคณะกรรมการ พร้อมทั้งประเมินผลการปฏิบัติงาน สื่อสารเพื่อส่งผ่านความคาดหวังให้กับคณะกรรมการ
11. สร้างขบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง และการประเมินผลงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
1. ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้งให้กรรมการบริษัทออกจากตำแหน่งเป็นจำนวน 1 ใน 3 เป็นอัตรา  ถ้าจำนวนกรรมการบริษัทที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็น 3 ส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วน 1 ใน 3 กรรมการบริษัทซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการเลือกตั้งใหม่อีกได้
2. ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการบริษัทว่างลง เพราะสาเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ และยังคงเหลือวาระไม่น้อยกว่า 2 เดือน ให้คณะกรรมการบริษัทเลือกตั้งกรรมการบริษัทแทนตำแหน่งที่ว่างในการประชุมคณะกรรมการบริษัทคราวถัดไป บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าว จะอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการบริษัทที่ตนแทน
3. กรรมการบริษัทพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

  • ครบกำหนดตามวาระ
  • ลาออก
  • ถึงแก่กรรม
  • ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย หรือข้อบังคับของบริษัทมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น ตามที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด
  • ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้ออก
  • ศาลมีคำสั่งให้ออก
4. กรรมการบริษัทที่ลาออกก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งให้ยื่นหนังสือลาออกต่อบริษัท การลาออกมีผลนับแต่วันที่หนังสือลาออกไปถึงบริษัท และจะแจ้งการลาออกของตนให้นายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดทราบด้วยก็ได้
1. ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงถือเป็นองค์ประชุม
2. กำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี และอาจมีการประชุมในวาระพิเศษเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น
3. ประธานกรรมการบริษัทหรือเลขานุการบริษัท จะเป็นกำหนดวาระการประชุม
4. หนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมจะต้องส่งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วันก่อนวันประชุม ในกรณีฉุกเฉินหรือเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัท การประชุมของคณะกรรมการอาจมีขึ้นโดยแจ้งการนัดประชุมให้ทราบโดยวิธีอื่น และจะกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้
5. มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการบริษัทที่เข้าร่วมประชุม กรรมการบริษัท คนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ทั้งนี้ กรรมการบริษัทที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา ไม่มีสิทธิแสดงความเห็นและออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด ยกเว้นการลงคะแนนเสียงที่มีกฎหมายได้กำหนดเป็นอย่างอื่น

กฎบัตรคณะกรรมการบริษัทนี้ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2558 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2558 และให้มีบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป