Wiboon
นายวิบูลย์ แสงวิทยานนท์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
นางสาวเรวดี หวานชิด
นางสาวเรวดี หวานชิด
กรรมการบริหาร
Chinanut
นางสาวชินานุตม์ จริยฤดีชัย
กรรมการบริหาร
Peerapon
นายพีรพนธ์ ทรรทรานนท์
กรรมการบริหาร
   กฎบัตรคณะกรรมการบริหาร

เพื่อให้คณะกรรมการบริหารของ บริษัทวิค แอนด์ ฮุคลันด์ จำกัด (มหาชน) สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทและเป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการบริษัทจึงเห็นควรกำหนดกฎบัตรของคณะกรรมการบริหารไว้ ดังนี้

คณะกรรมการบริหาร ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ประกอบด้วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประธานกรรมการบริหารโดยตำแหน่งและบุคคลอื่นที่คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งให้เป็นกรรมการบริหาร ซึ่งเป็นพนักงาน และ/หรือ บุคคลภายนอก ทั้งนี้ต้องมีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะทำหน้าที่บริหารจัดการกิจการของบริษัทได้เป็นอย่างดี

กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

  • ตาย
  • ลาออก
  • คณะกรรมการบริษัทมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

กรรมการบริหารคนใดจะลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นใบลาออกต่อประธานคณะกรรมการบริษัท ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการบริหารว่างลง ให้คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งกรรมการบริหารใหม่ภายใน 90 วัน เพื่อให้คณะกรรมการบริหารมีจำนวนกรรมการครบตามที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด

คณะกรรมการบริหารมีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งในการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหาร ให้ประธานคณะกรรมการบริหารหรือเลขานุการโดยคำสั่งของประธานคณะกรรมการบริหาร ส่งหนังสือนัดประชุมไปยังกรรมการบริหารไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนประธานคณะกรรมการบริหารอาจเรียกประชุมโดยไม่ต้องมีหนังสือนัดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องเร่งด่วนดังกล่าว

ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารที่คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้ง จึงจะเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่ประธานคณะกรรมการบริหารไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการบริหารซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการบริหารหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

1. แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย พิจารณาความดีความชอบ ตลอดจนกำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่พนักงานระดับต่างๆ รวมถึง คณะทำงานอื่นใดเพื่อดำเนินกิจการต่างๆ ในการบริหารงานของบริษัท
2. อนุมัติให้ขายสินค้าตามธุรกรรมปกติของบริษัทในกรณีที่ไม่มีการค้ำประกันหรือหลักประกัน หรือไม่ได้รับการคุ้มครองหรือเกินวงเงินจากกรมธรรม์ประกันเครดิต ในวงเงินส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท (รวมยอดลูกค้าต่อราย)
3. อนุมัติการซื้อวัตถุดิบหลักของการผลิตสินค้าทุกรายการ เกินจากอำนาจของฝ่ายบริหาร
4. อนุมัติการจัดหาและลงทุนในสินทรัพย์ถาวรแต่ละครั้งในวงเงินส่วนที่เกิน 5 แสนบาท
5. อนุมัติการปรับสภาพ ทำลาย ตัดบัญชี ซึ่งสินทรัพย์ถาวร และสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน ที่เลิกใช้ชำรุด สูญหาย ถูกทำลาย เสื่อมสภาพ หรือ ล้าสมัยไม่สามารถใช้งานได้ มีมูลค่าทางบัญชีรวมแต่ละครั้งในวงเงินส่วนที่เกิน 5 แสนบาท
6. อนุมัติการปรับสภาพราคา การทำลาย ซึ่งวัตถุดิบ และ/หรือ สินค้าคงเหลือที่เสื่อมสภาพ หรือล้าสมัยซึ่งจะทำให้มีมูลค่าทางบัญชีลดลง แต่ละครั้งในวงเงินส่วนที่เกิน 5 แสนบาท
7. อนุมัติการประนีประนอม การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ การร้องทุกข์ การฟ้องร้องคดี และ/หรือการดำเนินการตามกระบวนพิจารณาคดีใดๆ ในนามบริษัท สำหรับเรื่องที่มิใช่ปกติวิสัยทางการค้าที่มีส่วนลดแต่ละครั้งในวงเงินส่วนที่เกิน 5 แสนบาทและ/หรือ ที่เป็นปกติวิสัยทางการค้าที่มีส่วนลดแต่ละครั้งในวงเงินส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท
8. มีอำนาจในการดำเนินการในการทำธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงิน ในเรื่องการเปิดบัญชีกับธนาคาร, สถาบันการเงิน และการขอหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร, สถาบันการเงินภายในวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท
9. อนุมัติการให้กู้ยืมเงินและการเข้าค้ำประกันวงเงินสินเชื่อแก่บริษัทย่อย ในวงเงินไม่เกินจำนวน 20 ล้านบาทต่อบริษัท
10. คณะกรรมการบริหารอาจมอบอำนาจช่วงให้ผู้บริหารหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีอำนาจในการดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องตามที่คณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควรได้ การอนุมัติรายการของคณะกรรมการบริหารและหรือการมอบอำนาจช่วงต้องไม่เป็นการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือรายการที่คณะกรรมการบริหารมีส่วนได้เสียตามที่กำหนดในข้อบังคับของบริษัทและประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
11. ว่าจ้างที่ปรึกษาหรือบุคคลที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้ความเห็นหรือคำแนะนำตามความจำเป็น
12. ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายในแต่ละช่วงเวลาจากคณะกรรมการบริษัท
1. ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทิศทางกลยุทธ์ โครงสร้างการบริหารงาน แผนธุรกิจและงบประมาณประจำปีของบริษัทต่อคณะกรรมการบริษัท
2. รับผิดชอบในการบริหารกิจการของบริษัทให้เป็นไปตาม ทิศทาง เป้าหมาย นโยบายทางธุรกิจของบริษัท
3. รับผิดชอบในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท และส่งเสริมให้มีการคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
4. รับผิดชอบการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
5. ดูแลให้มีการจัดทำรายงานทางการเงิน เพื่อให้ผู้สอบบัญชีทำการตรวจสอบ และ/หรือ สอบทานก่อนเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท ตามลำดับ
6. พิจารณาและให้ความเห็นต่อเรื่องที่ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ยกเว้นในกิจกรรมใดๆ ซึ่ง คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดย่อยอื่นเป็นผู้ดำเนินการไว้แล้ว
7. พิจารณาและสอบทานการบริหารความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายในของบริษัท
8. พิจารณาทบทวนและประเมินความเพียงพอของกฎบัตรและเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติเปลี่ยนแปลง
9. ปฏิบัติการอื่นใด ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณากำหนดค่าตอบแทนของกรรมการบริหารตามที่เห็นสมควร

กฎบัตรคณะกรรมการบริหารนี้ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2558 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2558 และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป